The Poetry of a Flower [+]:
“A single flower in a bouquet
Is less and more than I could ever say—
I was waiting to give it to you one day.
But before long, the petals will wilt
The sun will sleep as seas will drift,
And the spiders will have spun their silk.
I told myself, ‘Just wait— I will, I will.’
But the time is Now, for even if petals dry
The sprout of something new—
Will come to life.”
…เกิดเป็นคนไม่มีต้นทุน ฉันต้องยอมรับโดยดี
ต้องกลายเป็นค่อยมีอนาคต ก็คนมันมีแค่นี้
เท่าที่ฉันมี ก็มีแต่ความรักที่เธอได้หมดใจ
จะว่ายังไง ทั้งหมดที่ฉันมีจะทำให้เธอรู้ว่าเท่านี้
ก็ไม่แพ้ใคร ขอรักเธอได้ไหม…
>
»
»>
»»
»»>
»»»
»»»>
»»»»
»»»»>
»»»»»
»»»»»>
»»»»»»
»»»»»»>
อย่าดีมากไปกว่านี้เลย เพราะมันอาจทำให้ใครบางคนคิดไกลกว่านั้น
มีคนบอกว่าเพราะ เลยลองตั้งใจฟัง และก็เป็นอีกครั้งที่ไม่เกี่ยวกัน แต่ก็แค่ชอบ
คืนวันศุกร์ตอนนี้กับเมื่อประมาณสามเดือนที่แล้วไม่ค่อยจะเหมือนกันเลยเนอะ เสาร์อาทิตย์กับการขึ้นเวร แต่ถึงยังงัยวันจันทร์ถึงศุกร์ตอนนี้ก็ต่างจากสามเดือนที่แล้วลิบลับ เอาน่าอีกแค่ไม่กี่วันก็จะได้กลับบ้านแล้ว เย้ๆ ค่อยรู้สึกมีจุดมุ่งหมาย(ระยะสั้น)ขึ้นมาหน่อย ตลกว่ะไม่เปลี่ยนเลยกับการดีใจที่จะได้กลับบ้าน
นิสิตกินผงซักฟอก
คุณลุงขาไม่ปกติเดินขายพวงมาลัยที่สี่แยกไฟแดง
ข่าวการหายตัวไปของน้องจีจี้กว่าสองปี
ทั้งสามเหตุการณ์ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันหรอก เพียงแค่มันผ่านการรับรู้มาในวันเดียวกัน ก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างคงดีขึ้นนะคะ
ทะเลาะ = แคร์? ———-»» เข้าใจกันมากขึ้น
“เล่นพลุกันก่อน” ตื่นเต้นเบาๆกับการลุ้นว่าไฟมันจะติดไหมว้า แสงจากไฟแช็คจุดประกายส่งต่อไปยังแหล่งพลังงานที่อัดแน่นแท่งนั้น วิ๊ด(พร้อมกับการพุ่งขึ้นของลำแสง) แป๊ะ(แตกกระจายเป็นเปลวไฟเล็กๆ) เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีกับการเผาไหม้และประกายไฟ อย่างน้อยก็เป็นนาทีที่ทำให้รู้สึกดีชะมัด
ก็แค่ไม่มีคนทำกับข้าวอร่อยๆให้กิน
ก็แค่ไม่มีคนแอบดูว่าตื่นรึยัง
ก็แค่ไม่มีคนให้ถามว่าใส่ชุดนี้ดีไหม
ก็แค่ไม่มีคนให้รีบกลับไปหาหลังเลิกงาน
ก็แค่ไม่คนถามว่าเหนื่อยมั้ย
ก็แค่ไม่มีคนไปออกกำลังกายเป็นเพื่อน
ก็แค่ต้องดูละครคนเดียว
ก็แค่ไม่มีคนให้คอยเตือนว่ากินยารึยัง
ก็แค่……ต้องดูแลตัวเอง
แต่อย่างน้อยก็เป็นสองเดือนที่ทำให้รู้สึกดีชะมัด นู๋ดูแลตัวเองได้จิ๊งจิงจร้า
วันดีๆอาจจะไม่ได้มีทุกวัน แต่ในแต่ละวันก็มีสิ่งดีๆแฝงตัวอยู่เสมอ - fb
ครั้งหนึ่ง กวีผู้หนึ่งได้เขียนบทเพลงรักอันไพเราะขึ้นมา เขาทำสำเนาหลายชุด ส่งไปให้มิตรสหาย และคนรู้จัก ทั้งหญิงและชาย แม้แต่หญิงสาวผู้หนึ่งที่เขาเคยพบเพียงครั้งเดียว ซึ่งอยู่ไกลพ้นเทือกเขาออกไป
แล้วในเวลาเพียงแค่วันสองวัน ผู้นำสารก็นำจดหมายจากหญิงสาวมาส่งให้เขา ในจดหมายฉบับนั้นเธอบอกว่า “ฉันขอให้ความมั่นใจแก่เธอว่า ฉันซาบซึ้งประทับใจยิ่งนักในเพลงรักที่เธอเขียนถึงฉัน มาเถิด มาพบพ่อและแม่ของฉัน เราจะได้ตกลงกันเรื่องการหมั้นหมาย”
“ท้องฟ้าที่นั่นสวยเหมือนกันมั้ยนะ”
วันนี้เมฆบางเบา แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าสะท้อนให้บางส่วนเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นชมพู ดูแล้วน่ารักจัง
หรือบางขณะที่แสงผ่านมวลเมฆเป็นประกาย ก็ชวนมองดีนะ
ท้องฟ้าในแต่ละวันสวย สวยในแบบที่ต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา
แต่ละวันมีอะไรที่ต่างไปและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ก็คงจะมีแต่ความทรงจำแหละมั้งที่ยังคงอยู่ ต่อให้ทำเป็นลืมแค่ไหน สุดท้ายก็เหมือนวางอยู่ที่เดิม ไม่งั้นเค้าคงไม่เรียกกันว่า”ความทรงจำ” มั้ง แต่ก็นั่นแหละ ท้องฟ้ายังเปลี่ยนแปลงไปทุกวันและเวลาเลย สนุกดีออกได้เห็นสิ่งที่แปลกใหม่อยู่เสมอ อย่างน้องก็อยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน คงมีสักครั้งที่เราจะบังเอิญมองเห็นสิ่งนั้นไปพร้อมๆกัน
อยากรู้จังใครกันน้าที่เป็นผู้กำหนดให้คนเราได้มาพบ ได้รู้จักกัน สถานที่เดียวกัน จุดมุ่งหมายอาจไม่ต่าง ณ เวลาหนึ่ง กับคนคนหนึ่งหรือมากกว่า เพียงแค่เปิดใจ จากคนแปลกหน้าก็อาจเปลี่ยนสถานะมาเป็น”เพื่อน” “พี่สาวหรือพี่ชาย” ที่คงน่าเสียดายถ้าเราไม่ได้รู้จักกัน ก็จริงอยู่ที่มิตรภาพมันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันสองวัน แต่ก็นั่นแหละมันก็ต้องเริ่มจากวันแรกก่อนป่ะ บางครั้งเวลามันก็ไม่ได้สำคัญเสมอไปหรอกมั้ง
กลับสู่โหมดปกติอีกครั้ง เช้าๆกับอากาศดีดีที่มาพร้อมกลิ่นหอมของดอกปีบ เดินไปทำงานอย่างไม่ต้องเร่งรีบ(ถ้าไม่ตื่นสาย55) ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ(งาน)หรืออยากทำ(วิ่ง ฟังเพลง นอนกลิ้งไปกลิ้งมา…) ไปอบรมไม่กี่วันกลับมาแล้วช่างรู้สึกว่าที่เป็นอยู่นี่มันดีในระดับหนึ่งเลยล่ะ ไม่ต้องเร่งรีบให้เพลียทั้งกายและใจ ไม่ต้องแย่งกันเดินทางเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย ไม่ต้องกินอาหารที่พยายามกินอย่างไงมันก็ไม่ช่ายอ่ะ555 แต่มันก็เป็นแค่เรื่องยิบย่อย(ช่วงอบรมแบบจริงจัง?ที่โรงแรม)แค่นั้นแหละ เพราะโดยรวมกิจกรรมก็จัดออกมาได้โอเคอยู่นะ โดยเฉพาะช่วงที่ได้ไปอยู่ค่ายนาวิกโยธิน
เสียวสุดต้องนี่เลย..โดดหอ แต่รู้สึกว่าช่วงปีนขึ้นบันไดจะน่ากลัวกว่านะ
ชอบๆที่ได้พายเรือ ได้ร่วมปล่อยปลาฉลาม
ได้รู้จักเพื่อนใหม่ “เชื่อใจเพื่อน” แค่มีคนพูดกับเอสแค่นี่แหละ ทุ่มสุดตัวเลย
ได้เปลี่ยนมุมมองอะไรหลายๆอย่าง อาจจะไม่ใช่คนที่ดีอะไร ก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ก็จะขอตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”ข้าของแผ่นดิน”
…สูงที่สุดของชีวิตคนหนึ่งคน ต้องพิสูจน์ว่าตนได้ทําอะไร… ; เพลงจำขึ้นใจ
(พยายาม)หลีกหนีสังคมเมือง ไม่ได้มีอยู่ในแพลนชีวิตว่าอยากเป็น”อาจารย์” (แค่พูดให้คนอื่นรู้เรื่องทุกวันนี้ก็ว่ายากล่ะ55) แต่ก็นะ คุณได้รับสิทธิ์นั้น… ก็จริงอยู่ทางเลือกมันอาจจะไม่ได้มีมากมายนัก แต่สิ่งที่เราเลือกแล้วนี่ล่ะคือสิ่งที่เราจะทำมันให้ดีที่สุด
“อยู่นานๆนะคะ” จะให้ตอบว่าอะไรเหรอค่ะ เผลอรับปากไปแล้วด้วย เอาเป็นว่าอย่างน้อยก็ตั้งสองปี(นานพอ?)
เหตุผลเดียวที่ทำให้เลือกมาใช้ทุนที่นี่ “มีรุ่นพี่อยู่หลายคนอยู่นะ” อย่างน้อยๆก็มีคนให้ปรึกษาและคงไม่เหงาจนเกินไป
อาจมีที่ต้องอาศัยการปรับตัวนิดหน่อย ภาษา อาหาร เวลา ไม่หวั่นอยู่แล้ว (ขอแค่มีinternet จะให้อยู่ที่ไหนก็ได้55) ส่วนการทำงานไม่ต้องพูดถึงลั้นลากว่าการเป็นนทพ.เยอะ55 ผู้คนที่นี่ใจดี น่ารัก บรรยากาศโดยรวมไม่ต่างจากที่มน.เท่ารัยนัก (ติดอยู่ก็แค่ไกลบ้านเท่านั้นเอง) อย่างน้อยๆพระจันทร์ที่นี่ก็สวยไม่แพ้ที่บ้านเรา
บางครั้งสิ่งที่คุณเลือกกลับไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับใครบางคน แต่ถ้าคุณเชื่อว่า “สิ่งที่คุณเลือกคือสิ่งที่ดีที่สุด” มันก็ไม่ยากเกินที่จะประสบความสำเร็จ »ผศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล
ถึงตอนนี้เค้าจะยังไม่แต่งงาน ยังไม่มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง และทีี่่สำคัญยังไม่เเก่(เท่าไรนัก) แต่อังเอิญหยิบขึ้นมาอ่านทีไรก็แอบขำปนซึ้งกับ”ความทรงจำที่…”